
“เราไม่ได้โทรหาพ่อแม่นานแค่ไหนแล้วนะ”
“เพื่อนคนนั้นเรายังไม่ได้ตอบแชทเลย”
“งานที่รับมา เราทำได้ไม่ดีพอหรือเปล่า”
เสียงในหัวแบบนี้ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับแวะเวียนมาหาเราอยู่บ่อยครั้งโดยไม่ได้นัดหมาย และที่น่าสนใจก็คือ—คนรุ่นใหม่จำนวนมากกำลังจ่าย “ราคาของความรู้สึกผิด” เหล่านี้เงียบ ๆ โดยไม่มีใครพูดถึง
ทำไมเราถึงรู้สึกผิดง่ายขึ้น?
ในยุคที่โซเชียลมีเดียทำให้เราเห็นชีวิตของคนอื่นตลอดเวลา เราถูกเปรียบเทียบแม้ไม่ได้ตั้งใจ เห็นเพื่อนอัปเดตชีวิตครอบครัว เรียนต่อ เปิดธุรกิจ หรือแม้แต่แค่ไปวิ่งตอนเช้า ก็พอจะทำให้เรารู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองยัง “ไม่ได้ทำ”
คนรุ่นใหม่เติบโตมาในบริบทที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง มีต้นทุนความคาดหวังจากครอบครัว สังคม และตัวเองสะสมอยู่ การพลาดหรือล้มเหลวแม้เพียงเล็กน้อย จึงถูกตีความว่าเป็น “ความผิดพลาดส่วนตัว” แทนที่จะเป็นธรรมชาติของชีวิต
ความรู้สึกผิดที่สะสม = ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์
งานวิจัยจาก American Psychological Association เคยระบุว่า คนวัยทำงานช่วงอายุ 20-30 ปีมีแนวโน้มจะประสบกับความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ (emotional fatigue) จากการแบกรับภาระที่มองไม่เห็น เช่น ความรู้สึกผิด ความไม่พอใจในตัวเอง หรือแม้แต่ความรู้สึกว่าทำได้ไม่ดีพอในบทบาทต่าง ๆ
ยิ่งพยายามจะเป็นคนที่ “พร้อมเสมอ” ยิ่งรู้สึกผิดเวลาทำไม่ได้ตามที่หวัง และราคาที่ต้องจ่ายก็คือ ความเหนื่อยสะสม ความเครียดที่ไม่เคยหายไป และความรู้สึกว่า “เรายังไม่ดีพอ” แม้จะทำดีที่สุดแล้ว
ทางออกไม่ใช่การเพิกเฉย แต่คือ “ความเข้าใจ”
เราอาจไม่ต้องหยุดรู้สึกผิดเสียทีเดียว เพราะบางครั้งความรู้สึกผิดก็เป็นกลไกที่เตือนให้เรากลับมาใส่ใจสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่จำเป็นกว่าคือ “การรู้ทัน” ว่าเมื่อไหร่ความรู้สึกผิดกำลังทำร้ายเรามากกว่าช่วยเตือนสติ
การฝึกเห็นคุณค่าของสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ในแต่ละวัน
การให้อภัยตัวเองในวันที่ไม่สมบูรณ์
การเว้นระยะจากความคาดหวังของคนอื่น เพื่อกลับมาเชื่อมโยงกับตัวตนจริง ๆ
ทั้งหมดนี้อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่ก็อาจช่วยให้เราจ่าย “ราคาของความรู้สึกผิด” น้อยลงกว่าที่เป็นอยู่
บางครั้ง เราไม่ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก็ได้ แค่ซื่อสัตย์กับตัวเอง และยอมรับว่าเราก็เป็นมนุษย์ธรรมดา — ก็พอแล้ว
เพราะชีวิตไม่ได้วัดกันด้วยสิ่งที่ “ยังไม่ได้ทำ”
แต่วัดกันที่ความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตให้ดีในทุกวันที่ยังมีโอกาส
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
-
American Psychological Association. (2022). The Cost of Perfectionism in Young Adults