หุ้นไทยร่วง 2.47 จุด ปัจจัยลบในประเทศกดดัน รอลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐและการประชุมเฟด

เผยแพร่ : 11 มิ.ย. 2567 18:52:52

หุ้นไทยยังร่วงต่อเนื่องปิดตลาด - 2.47 จุด นักวิเคราะห์เผยวันนี้หุ้นไทยไร้ปัจจัยบวกหนุน แกว่งออกข้างแคบๆในกรอบจำกัด โดยเฉพาะปัจจัยลบในประเทศที่นักลงทุนกังวง ประเด็นการเมืองในประเทศจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากคดีศาลพิจารณาอาจยุบพรรคก้าวไกล การเลือกตั้ง สว. ที่อาจเป็นปัญหา และคดีมาตรา 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มองกรอบการลงทุนวันพรุ่งนี้ แนวรับ 1,310 จุด และแนวต้าน 1,330 จุด แนะจับตาดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐประจำเดือน พ.ค.ในวันพุธ รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะแถลงในวันพฤหัสบดีนี้

ตลาดหุ้นไทยปิดทำการซื้อขายวันที่ 11 มิ.ย. 2567 ปรับตัวลดลง -2.47 จุด หรือ -0.19% โดยปิดตลาดที่ 1,316.10 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,342.88 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมการซื้อขายหุ้นวันนี้ดัชนีแกว่งตัวออกข้างโดยระหว่างวันดัชนีปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1,325.52 จุด ในทิศทางกลับกันที่ปรับตัวลดลงต่ำสุด 1,314.35 จุด

ขณะที่หลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในวันนี้เพิ่มขึ้นจำนวน 271 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลงจำนวน 173 หลักทรัพย์ และปรับตัวลดลงจำนวน 216 หลักทรัพย์

ด้านปริมาณการซื้อขายจำแนกตามกลุ่มนักลงทุนพบว่า นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิกว่า -3,208.68 ล้านบาท ในทางกลับกันพบว่า นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิกว่า +1,881.95 ล้านบาท บัญชี บล. ซื้อสุทธิกว่า +13.72 ล้านบาท และ นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิกว่า +1,313.02 ล้านบาท

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
1.ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,810.01 ล้านบาท ปิดที่ 211.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
2.PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,675.82 ล้านบาท ปิดที่ 150.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
3.EA มูลค่าการซื้อขาย 1,596.20 ล้านบาท ปิดที่ 21.10 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท
4.AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,563.68 ล้านบาท ปิดที่ 60.25 บาท ลดลง 0.50 บาท
5.CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,289.81 ล้านบาท ปิดที่ 57.00 บาท ลดลง 0.50 บาท

ด้านดัชนี SET100 ที่มีราคาปรับตัวบวกเพิ่มขึ้นมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
1.EGCO ปิดที่103.50บาท เพิ่มขึ้น 2.50บาท หรือ 2.48%
2.ADVANC ปิดที่211.00บาท เพิ่มขึ้น 2.00บาท หรือ 0.96%
3.JMART ปิดที่13.50บาท เพิ่มขึ้น 1.60บาท หรือ 13.45%
4.JMT ปิดที่16.50บาท เพิ่มขึ้น 1.60บาท หรือ 10.74%
5.HANA ปิดที่43.00บาท เพิ่มขึ้น 1.50บาท หรือ 3.61%

ส่วนดัชนี SET100 ที่มีราคาปรับตัวลดลงมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
1.AEONTS ปิดที่139.50 บาท ลดลง 5.00บาท หรือ 3.46%
2.CBG ปิดที่68.00 บาท ลดลง 2.00บาท หรือ 2.86%
3.KBANK ปิดที่ 125.50 บาท ลดลง 2.00บาท หรื 1.57%
4.PTTEP ปิดที่150.00 บาท ลดลง 2.00บาท หรือ 1.32%
5.BBL ปิดที่134.00 บาท ลดลง 1.50บาท หรือ1.11%

ขณะที่ดัชนี SET100 ปิดที่ 1,787.84 จุด ลดลง -3.50 จุด หรือ -0.20% ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 809.92 จุด ลดลง -1.71 จุด หรือ -0.21% และดัชนีตลาด mai ปิดที่ 366.28 จุด เพิ่มขึ้น 2.91 จุด หรือ 0.80%

นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ไม่มีปัจจัยบวกในประเด็นใหม่ๆเข้ามาหนุนแกว่ง จึงตัวออกด้านข้างในกรอบจำกัด สอดคล้องกับตลาดภูมิภาค โดยเคลื่อนไหวบวก-ลบประมาณ 5 จุด ขณะที่นักลงทุนยังรอติดตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐประจำเดือน พ.ค.ในวันพุธนี้ นักวิเคราะห์คาดยังคงอยู่ในระดับสูง

รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดว่าจะแถลงเช้าวันพฤหัสบดี แม้ตลาดคาดคงอัตราดอกเบี้ย แต่ยังรอดูสัญญาณชัดเจนของทิศทางดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า รวมทั้งการคาดการณ์ (Dot Plot) ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.หรือไม่

นอกจากนั้น ยังให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศตามความไม่แน่นอนที่มีมากขึ้น ซึ่งในเดือนนี้มีประเด็นที่ต้องติดตาม คือ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกลในวันที่ 12 มิ.ย. และอัยการสูงสุดจะส่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 18 มิ.ย.นี้ รวมทั้งการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับจังหวัดในวันที่ 16 มิ.ย.

"แนวโน้มตลาดหุ้นพรุ่งนี้คาดยังแกว่งออกด้านข้างต่อไประหว่างรอปัจจัยต่าง ๆ ชัดเจน และวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แต่เบื้องต้นมองว่าไม่มีนัยสำคัญเพราะเชื่อว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ย โดยให้กรอบแนวรับ 1,310 จุดและแนวต้าน 1,330 จุด" นายณรงค์เดช กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา : MgrOnline