ทำไม Ethereum ETF ถึงมีความน่าสนใจในการลงทุน / ณพวีร์ พุกกะมาน

เผยแพร่ : 11 มิ.ย. 2567 18:25:01

กองทุน Spot Ethereum ETF ได้รับการอนุมัติขั้นแรกจาก ก.ล.ต.สหรัฐฯ ไปแล้วเหลือเพียงแค่ขั้นตอนการอนุมัติให้สามารถเปิดซื้อขายได้เท่านั้น ถือเป็นกองทุน Spot ETF ของคริปโตอันดับสองต่อจาก Bitcoin แล้วคำถามคือทำไม Ethereum ถึงมีความน่าสนใจในการลงทุน??

ในเมื่อสิ่งที่ทำให้ Bitcoin ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกจากคุณสมบัติของการเป็น Save Haven ที่สามารถป้องกันการเสื่อมค่าของค่าเงิน Fiat ได้ ส่วน Ethereum มีคุณสมบัติที่ต่างออกไป

คุณสมบัติของ Ethereum คือการเป็นโครงสร้างพื้นฐานของบล็อกเชนในการพัฒนา DApps หรือแอปพลิเคชั่นที่ทำงานแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) กล่าวคือทำหน้าที่ทำหน้าที่เหมือนกับระบบปฎิบัติการ IOS หรือว่า Android ที่พัฒนาแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ส่วน DApps ก็คือแอปที่ทำงานด้วย Smart Contract อย่างเช่น DeFi,NFT รวมถึง Blockchain Game

นอกจาก DApps ยังสามารถใช้งานบล็อกเชนได้อีกหลายรูปแบบอย่างเช่นการ Tokenize Asset ไม่ว่าจะเป็นโปรดักต์ทางการเงินอย่างเช่นเงินฝาก พันธบัตร รวมถึงสินทรัพย์ต่างๆอย่างเช่นอสังหาริมทรัพย์ หุ้น โดยจุดเด่นของการนำบล็อกเชนมาใช้ Tokenized Asset คือความเร็วในการทำธุรกรรมและมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

ดังนั้นพอจะสรุปได้ว่า การเติบโตของ Ethereum จะมาจากสองปัจจัยหลักคือการเติบโตของ DApps ต่างๆ ซึ่งในตลาดขาขึ้นครั้งก่อน แพลตฟอร์มอย่าง DeFi NFT GameFi รวมถึง Metaverse ได้รับความนิยมอย่างมากก่อนที่จะถดถอยลงตามภาวะตลาดแต่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากการที่ผู้เล่นเดิมจากสถาบันการเงิน ธุรกิจบันเทิง ต่างกำลังให้ความสนใจในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้ในธุรกิจ

รวมถึงการเติบโตจากการใช้งานบล็อกเชนในธุรกรรมต่างๆซึ่งแนวโน้มการเติบโตของ Tokenize Asset ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะสถาบันการเงินซึ่งได้นำบล็อกเชนมาใช้กับการชำระเงินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

ในโลกของคริปโตจึงมีการแยก Bitcoin ออกจาก Altcoin อย่างชัดเจน เพราะมีรูปแบบการใช้งานที่ต่างกันนั่นเอง การที่เกิด Ethereum ETF จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าโลกการเงินและการลงทุนให้การยอมรับ Altcoin แล้วต่อจาก Bitcoin

ดังนั้นหากนักลงทุนมีความเชื่อว่าบล็อกเชนจะเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานจริงรวมถึงเม็ดเงินจากโลกเศรษฐกิจจะไหลเข้ามาในโลกของคริปโตมากขึ้น ก็สามารถที่จะมั่นใจกับการลงทุนระยะยาวใน Ethereum ได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อผ่าน Exchange หรือผ่าน ETF ที่กำลังจะได้รับอนุมัติให้ซื้อขายได้

อย่างไรก็ตาม Ethereum ยังมีปัจจัยลบที่ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็วในการทำธุรกรรมและต้นทุนค่า Gas หรือค่าธรรมเนียมที่ยังสูงกว่าบล็อกเชนรุ่นใหม่ที่ได้พัฒนาขึ้นในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา และจุดอ่อนที่เป็นเหรียญซึ่งมีซัพพลายที่ไม่จำกัดซึ่งต่างจาก Bitcoin ที่มีจำกัด อย่างไรก็ตาม Ethereum ได้ผ่านการอัปเกรดครั้งล่าสุดมาทำให้มีลไกของการเผาเหรียญเพื่อลดซัพพลายลงจนทำให้เกิดภาวะเงินฝืดได้เช่นเดียวกับ Bitcoin แต่ต้องขึ้นอยู่กับจำนวยการทำธุรกรรมในบล็อกเชนที่ต้องเติบโตขึ้นด้วย

กล่าวคือถ้าหากมี Use Case หรือการใช้งาน Ethereum จริงมากเท่าไรพื้นฐานของ Ethereum จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

VanEck ผู้ให้บริการกองทุน ETF ของ Bitcoin และยังเป็นบริษัทจัดการลงทุนระดับโลกได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ Ethereumจะพุ่งแตะ 22,000 ดอลลาร์ ภายในปี 2030 โดยมีปัจจัยหนุนมาจากแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งจากผู้เล่นในตลาดการเงินแบบดั้งเดิมและบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

การเกิดขึ้นของ Ethereum ETF น่าจะเป็นการจุดกระแสให้คริปโตเข้าสู่การลงทุนที่เป็น Mass Adoption มากขึ้นรวมถึงการได้รับยอมรับจากสถาบันการลงทุนระดับโลกอีกด้วย

บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนต้องพิจารณาโอกาสและความเสี่ยงหลายด้านก่อนตัดสินใจลงทุน

บทความโดย : ณพวีร์ พุกกะมาน นักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Creative Investment Space (CIS)

สงวนลิขสิทธิ์บทความเฉพาะสื่อในเครือหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ MGR online , iBit และ ที่ได้รับอนุญาติจากผู้เขียนซึ่งเป็นเจ้าของบทความเท่านั้น


ที่มา : MgrOnline